วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2551

ข น ม เปี่ ย ง : อาหารของชาวไท-ยวน


เนื่องจากบริเวณที่อยู่ปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่เป็นเชื้อสายมาจากไท-ยวน(คนไทยที่มาจากหัวเมืองทางเหนือ มีมากในเขตอำเภอเสาไห้และบริเวณใกล้เคียง)มีวัฒนธรรมอาหารการกินเหมือนคนทางภาคเหนือ แต่สำเนียงภาษาพูดจะแตกต่างกันบ้าง จึงได้ถามญาติพี่น้องว่ามีอาหารการกินอะไรบ้าง ที่ในตอนนี้แทบจะไม่มีคนทำให้เห็นแล้ว หรือจะมีบ้างก็บางงานบางเทศกาล ก็ได้รับคำตอบที่ดี ว่ามีขนมอยู่ 2-3 อย่าง ที่หาดูได้ยาก อย่างเช่น ขนมหัวผักกาด ที่แปลกกว่าที่อื่น เพราะเขาจะใส่มันหมู 3 ชั้นเป็นส่วนผสมอยู่ในขนมนี้ด้วยและมีการใส่นมแมวซึ่งเป็นน้ำที่มีกลิ่นหอม
ขนมอีกอย่างหนึ่งก็คือ ขนมเปี่ยง เป็นขนมที่มีสีดำธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนผสมและวิธีการดังต่อไปนี้
ส่วนผสมและเครื่องปรุง ประกอบด้วย
1. ข้าวเหนียวดำ
2. ใบตอง
3. เกลือ
4. น้ำตาล
5. มะพร้าวขูด
วิธีการทำ
นำข้าวเหนียวดำมาโม่ด้วยเครื่องโม่ โดยผสมน้ำเข้าไปด้วยในขณะโม่ข้าว เมื่อได้เป็นแป้งแล้วให้ใส่ในผ้าขาวบาง บีบคั้นให้น้ำออกจากแป้ง เสร็จแล้วนำแป้งไปนวดด้วยมือ ใส่เกลือเข้าไปเล็กน้อย
นวดให้เข้ากันจนเหนียวได้ที่ บิแป้งออกมาเป็นก้อนพอประมาณ มาวางบนใบตอง ห่อพับใบตองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณใบไปรษณียบัตร แล้วค่อยๆคลึงก้อนแป้งให้แบนไปตามรูปใบตองสี่เหลี่ยม เสร็จแล้วนำไปนึ่งให้สุกโดยสังเกตจากใบตองที่เปลี่ยนสีไป ทิ้งไว้ให้เย็น แกะใบตองออกแล้วนำมาโรยด้วยมะพร้าวขูดและน้ำตาลเล็กน้อย จากนั้นก็รับประทานได้ ขนมนี้มักจะทำเฉพาะที่มีเทศกาลสำคัญหรืองานบวช งานแต่งงานในหมู่คนไท-ยวน ส่วนจะมีการทำขายบ้างก็เฉพาะตลาดเล็กๆตามหมู่บ้าน แต่คนที่ทำได้ส่วนใหญ่มักมีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป เหตุที่พบเห็นได้น้อยอาจเนื่องมาจาก คือ

1.ข้าวเหนียวดำ ในเขตภาคกลางนั้นหายากไม่มีคนปลูกกันแล้ว
2.การโม่ข้าวต้องใช้เครื่องโม่หินแบบมือหมุน(เหนื่อยและใช้เวลา)

3. สีของขนมไม่ดึงดูดใจคนซื้อ
4. นิยมใช้ขนมโรงงานมากกว่า

5. ชาวไท-ยวนรุ่นหลังๆไม่รับการสืบทอดทางวัฒนธรรมดั้งเดิม

ยังมีหลากหลายสิ่งที่กำลังสูญหายไปกับกาลเวลาพร้อมๆกับคนณ เวลานั้น อีกไม่นานเราอาจจะไม่รู้วิธีการทำนาปลูกข้าว ทั้งๆที่เราได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ปลูกข้าวและส่งออกข้าวได้มากที่สุดในโลก

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก